​จากมติของภาครัฐที่สนับสนุนให้หน่วยงานข้าราชการสามารถทำงานที่บ้าน ตามนโยบายประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้หลายองค์กรให้ความสนใจ และเปิดโอกาสให้พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือที่ใดๆ ได้ตามสะดวก ซึ่งทางสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย เล็งเห็นว่าแนวทางนี้เหมาะกับผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และ ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาธุรกิจ บริษัท สยามอีสเทิร์น อินดัสเตรียลพาร์ค​ เปิดเผยถึงมุมมองนโยบายการทำงานที่บ้านว่า ธุรกิจเดี๋ยวนี้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานตามยุคโซไซตี้มากขึ้น มีการนำระบบ AI เข้ามาแทนที่ ทำให้พนักงานประจำที่เคยทำงานที่ออฟฟิศ เปลี่ยนมาทำงานที่บ้านแทน ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่นายจ้างควรสนับสนุนระบบนี้ เพราะได้ประโยชน์ทั้งคู่ นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งเรื่องการเดินทาง ยังมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ซึ่งทางสภาองค์การนายจ้างฯ ได้เล็งเห็นระบบนี้มานานแล้ว และเคยจัดเทรนนิ่งเรื่อง Work from home ให้กับบริษัทใหญ่ๆ อยู่ 2 รุ่น ทดลองให้พนักงานทำงานที่บ้านทุกวันศุกร์ ผลลัพธ์ออกมาคนส่วนใหญ่ชอบ ยิ่งตอนนี้มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 การทำงานที่บ้านจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ดี มีหลายบริษัทที่เป็นนิวเจนได้ลองใช้ประกาศหยุดงานทุกวันศุกร์ให้ทำงานที่บ้านแทน แต่ก็มีพนักงานประมาณ 70 % ที่คิดว่าทำงานที่บ้านแล้วนายจ้างจะมองว่าไม่ทำงาน กลัวว่าไม่สามารถโปรโมทตัวเองได้ แล้วจะมีการปรับเงินเดือนขึ้นให้อย่างไร ซึ่งมีปัญหาหลายประเด็น

​นายเอกสิทธิ์​ ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม คนทำงานรุ่นใหม่ส่วนมากชอบทำงานที่บ้าน หรือทำงานได้จากทั่วโลก แค่มีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง เพราะไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานลดลง และยังสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ทั้งนี้ บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ต้องดูความเหมาะสมตามลักษณะของงานด้วย แต่สิ่งสำคัญที่นายจ้างและลูกจ้างต้องทำร่วมกัน คือการเพิ่มศักยภาพและพร้อมจะพัฒนาไปด้วยกัน