นายปสันน สวัสดิ์บุรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มานะพัฒนาการ จำกัด บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดบ้านเดี่ยวของไทยในปัจจุบันว่า  ในช่วงไตรมาสแรกของปีก่อนมาตรการคุมสินเชื่อ LTV ตลาดมีความคึกคักพอสมควร ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อมาตรการคุมสินเชื่อ LTV ได้ถูกเริ่มใช้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบว่าการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูงจากการที่ผู้ประกอบการหลายรายได้นำเสนอโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าที่เป็น Real Demand หากมองให้แคบลงโดยโฟกัสแค่ภาพรวมตลาดศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ก็ถือว่าย่านนี้ยังมีการทรงตัวอยู่ มีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ในย่านนี้หลายราย มีการพัฒนาโครงการใหม่ๆที่มีขนาดเล็กลง มูลค่าโครงการน้อยลง หรือจำนวนหน่วยขายน้อยลง อาจส่งผลให้ราคาต่อหน่วยลดลงไปด้วย ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขันและสร้างทางเลือกอื่นให้แก่ลูกค้า แสดงให้เห็นว่าทำเลนี้ยังเป็นทำเลที่น่าสนใจและมี ความต้องการที่สูงอยู่ไม่ต่างกับทำเลศักยภาพอื่นๆ ในปัจจุบัน

“ย่านศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ถือเป็นทำเลที่ยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก เนื่องจากอิทธิพลจากการก่อสร้าง ถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ถนนตัดใหม่ที่ก่อสร้างปรับปรุงด้วย ค.ส.ล และขยายถนนเพื่อเพิ่มเลนให้มากขึ้น ทำให้การจราจรสะดวกขึ้นสำหรับผู้ที่อยู่อาศํยบริเวณ รามคำแหง กรุงเทพกรีฑา ร่มเกล้า และลาดกระบัง ทำเลนี้มีความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้ย่านนี้พัฒนาไปไกลมากขึ้น ทั้งทางด่วนมอเตอร์เวย์ (พระราม 9 – ชลบุรี) สนามบินสุวรรณภูมิ ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงเรียน โรงพยาบาล และอื่นๆ อีกมากมาย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ รวมถึงในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีเหลืองเข้าถึงย่านศรีนครินทร์อีกด้วย ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีเขียวเพื่อเข้าใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ส่งผลให้ย่าน ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เป็นทำเลที่ผู้มองหาที่อยู่อาศัยให้ความสนใจเป็นอย่างมากทั้งในปัจจุบันและอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น ถนนตัดใหม่ “ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า” ไม่ได้เอื้อประโยชน์เพียงแค่ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทางเท่านั้น แต่ยังส่งผลอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่มีการก่อสร้างถนนสายนี้ ที่ทำให้ราคาที่ดินช่วงถนนศรีนครินทร์ไปจนถึงวงแหวนรอบนอกปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมราคาที่ดินริมถนนจะอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อไร่  ก็ปรับขึ้นเป็นประมาณ 30-20 ล้านบาทต่อไร่ ส่วนที่ดินในซอยราคาก็ปรับเป็นประมาณ 5-10 ล้านบาทต่อไร่ และคาดว่าหากถนนสายนี้เปิดให้บริการราคาที่ดินตามแนวถนนใหญ่จะปรับขึ้นถึง 40 ล้านบาทต่อไร่ ขณะที่ราคาที่ดินช่วงที่เลยวงแหวนรอบนอก ก็จะปรับขึ้น จาก 5-6 ล้านบาท เป็นกว่า 10 ล้านบาทต่อไร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินในย่านกรุงเทพกรีฑา ช่วงก่อนข้ามวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นโซนที่พักอาศัยมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากอยู่ติดกับ ถ.พระราม 9 ศรีนครินทร์ สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ใจกลาง CBD ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที” นายปสันน สวัสดิ์บุรี กล่าวถึงศักยภาพทำเล ย่านศรีนครินทร์-ร่มเกล้า

ดัวยเล็งเห็นถึงศักยภาพดังกล่าว มานะพัฒนาการ จึงได้ทุ่มงบ 1,005 ล้านบาท พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ‘บารานี พาร์ค ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า’ ขึ้น “โครงการบารานี พาร์ค ศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า นอกจากจะมีทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบายใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ, รถไฟฟ้า และทางด่วน ยังมีความโดดเด่นชัดเจนในด้านดีไซน์ ออกแบบภายใต้แนวคิด “บ้าน-ดีไซน์-ธรรมชาติ-ชีวิต” ให้เชื่อมต่อถึงกันผ่านสไตล์บ้านคอร์ทยาร์ด ทุกหลังในโครงการจะเป็นบ้านที่สามารถเชื่อมต่อถึงพื้นที่คอร์ทยาร์ดของบ้านได้อย่างลงตัว รับกับผนังเรียบ ด้านนอกของตัวบ้าน ก่อเกิดเงาจากต้นไม้ภายในพื้นที่สวนทอดผ่านบนผนังกำแพงสร้างบรรยากาศร่มรื่นที่หาไม่ได้จากบ้านทั่วไปในท้องตลาด การันตีด้วยรางวัลจากสมาคมสถาปนิกในปี 2018 ที่ผ่านมา ด้านบรรยากาศภายในโครงการมีการเดินสายไฟฟ้าใต้ดินเพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพที่สวยงามทุกมุมภายในโครงการ ต้นไม้ใหญ่สามารถให้ร่มเงาได้ดีไม่ต้องตัดแต่งบ่อย โดยโครงการมีจำนวนยูนิตเพียง 86 หลังเท่านั้น ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวเสมือนพักผ่อนที่โรงแรมหรือรีสอร์ท หลบหนีความวุ่นวายในเมืองได้เป็นอย่างดี จากจุดเด่นที่กล่าวมา ช่วยให้โครงการมีผลตอบรับที่ค่อนข้างดีทั้งในสายตาของลูกค้า และสะท้อนผ่านยอดขายที่เพิ่มขึ้น” นายปสันน กล่าวเสริม

โดยโครงการบารานี พาร์ค ศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ต้องการเจาะถึงกลุ่มผู้ที่มีความชอบส่วนตัวในเรื่องของการออกแบบ (Design) มองหาความเป็นส่วนตัว (Privacy) ชอบความร่มรื่นเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียว (Nature) และมองหาชีวิตที่อุดมไปด้วยความสุข (Fine Living) “บริษัทฯ มีนโยบายในการทำตลาดเฉพาะกลุ่มมากกว่าการทำการตลาดแบบ Mass Marketing ทั่วไป ไม่ได้มีแนวทางการลดแลกแจกแถมเหมือนๆ กับหลายโครงการที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แต่จะเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ และให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์จริงๆ ซึมซับบรรยากาศจากทุกรายละเอียดผ่านการออกแบบจากแนวคิดที่สร้างสรรค์ออกมา ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าเหล่านั้นก็ประทับใจโครงการเป็นอย่างมาก แผนการตลาด บริษัทฯ ยังคงจะเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่าของตัวสินค้าต่อไป”  นายปสันน กล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายและกลยุทธ์การสร้างยอดขาย

“ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจมีความอ่อนไหวทั้งในประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยพยุงการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมานั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบไม่น้อย นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้จำนวนนักลงทุนชาวต่างชาติลดลง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลเองก็เริ่มที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการลดดอกเบี้ยถือเป็นการกระตุ้นตลาดอสังหาฯอีกทางนึง คาดว่าในช่วงสิ้นปีเศรษฐกิจไทยจะมีความชัดเจนและจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ” นายปสันน กล่าวสรุป