เทศบาลเมืองพระพุทธบาทร่วมกับจังหวัดสระบุรี เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทานจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2562 ประเพณีที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี และมีแห่งเดียวในโลก โดยในปีนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน เช่น นิทรรศการดอกเข้าพรรษา การแสดงของดี ของเด่น แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นและอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันที่ 14-17 กรกฎาคม 2562 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทานจังหวัดสระบุรี นับว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัดสระบุรี และมีแห่งเดียวในโลก โดยถือเอาวันเข้าพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ซึ่งจะมีประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่และคนหนุ่มสาวทั่วไปต่างพากันไปทำบุญตักบาตร เนื่องในวันเข้าพรรษาที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตามประเพณีชาวพุทธทั้งหลาย โดยจะมีการจัดให้มีขบวนแห่การแสดงอันสวยงาม และพิธีตักบาตรด้วยดอกไม้ที่มีชื่อว่า “ดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงส์เหิน”

ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา นับเป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่ควรค่าแห่งการอนุรักษ์ยิ่ง “เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก” นอกจากพุทธศาสนิกชนจะได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับการถวายดอกเข้าพรรษาแด่ภิกษุสงฆ์แล้ว ยังได้ตื่นตาตื่นใจกับขบวนรถต่างๆ อาทิเช่นขบวนพยุหยาตรา และขบวนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์, ขบวนพสกนิกรไทย เทิดไท้ องค์ราชัน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และที่ขาดเสียมิได้คือความงามของ “ดอกเข้าพรรษา” ที่บานสะพรั่งทั่วทั้งบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งแต่เช้าตรู่จนกระทั่งตะวันเคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำ หลังมณฑปพระพุทธบาทและลับทิวเขาสุวรรณบรรพตไป

“งานครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น และจังหวัดสระบุรี ตามนโยบายของจังหวัด ที่ได้ผลักดันและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทุกแขนง รวมทั้งประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีตื่นตัวและเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมาชมงาน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมในงานประเพณีหนึ่งเดียวในโลกครั้งนี้ เพื่อร่วมกันถวายเป็นพุทธบูชา” รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าว

นายชนัตถ์ นันทปัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงานฯ หนึ่งในคณะกรรมการการจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาฯ กล่าวว่า เทศบาลเมืองพระพุทธบาทได้กำหนดจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทานจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 14-17 กรกฎาคม 2562 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยในวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเริ่มงาน จะมีการพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท จากนั้นในวันที่ 15 กรกฎาคม จะเป็นวันเปิดงาน ซึ่งจะมีขบวนรถต่างๆ เป็นที่สนใจของทั้งชาวสระบุรีและนักท่องเที่ยวที่มาชม ประกอบด้วย ขบวนพยุหยาตราและขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทานและเทียนพรรษาจังหวัดสระบุรี ขบวนศาสนาและวัฒนธรรม ขบวนแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขบวนพสกนิกรไทย เทิดไท้ องค์ราชัน และขบวนอัตลักษณ์ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา

“สำหรับของที่ระลึกในปีนี้ เป็นพระพุทธรูปจำลอง พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสี่มุมเมือง” ซึ่งมีอยู่ 4 องค์ ถูกจัดสร้างขึ้นตามความเชื่อและโบราณประเพณีของบ้านเมืองที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องขอบขัณฑสีมาทั้งสี่ทิศ โดยการสร้างพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศนั้นเป็นการสร้างพระพุทธรูปแบบ “จตุรพุทธปราการ” กล่าวคือเป็นการนำเอาวัดหรือพระพุทธรูปเป็นปราการทั้งสี่ด้าน เพื่อปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างดวงชะตาแก่บ้านเมืองและคุ้มครองพสกนิกรทั้งมวลให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข” นายชนัตถ์กล่าว

ดอกเข้าพรรษาหรือดอกหงส์เหิน หนึ่งปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น ในท้องที่อำเภอพระพุทธบาท พบว่ามี 2 สกุล ได้แก่ สกุลกระเจียว มีดอกสีขาวหรือขาวอมชมพู และสกุลหงส์เหิน ดังกล่าวไว้ข้างต้น เมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ชาวอำเภอพระพุทธบาทจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกาหรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อตักบาตรถวายพระ ซึ่งที่จังหวัดสระบุรีได้จัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และเป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา ซึ่งมีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ 5 แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทฯ แห่งนี้ เป็น 1 ใน 5 แห่ง ต่อมารอยพระพุทธบาทนี้ถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม