ฮ่องกง, 15 มีนาคม 2562 – กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“เอไอเอ” หรือ “บริษัท” รหัสหลักทรัพย์: 1299) ประกาศผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมในรอบ 12 เดือน[1] สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก และการเติบโตที่แข็งแกร่งของมูลค่าธุรกิจใหม่ร้อยละ 22 จากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปีที่แล้ว สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560

อัตราการเติบโตจะรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ตามรายละเอียดด้านล่าง

การเติบโตที่แข็งแกร่งของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB)

  • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ขยายตัวร้อยละ 22 เป็น 3,955 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • เบี้ยประกันภัยใหม่รับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เป็น 6,510 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) เพิ่มขึ้น 3.7 จุด คิดเป็นร้อยละ 60

ผลกำไรจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง

  • มีกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) 5,298 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13
  • มูลค่าธุรกิจในส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (EV operating profit) เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 หรือเท่ากับ 8,278 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ผลตอบแทนจากการดำเนินงานที่เกี่ยวกับมูลค่าธุรกิจในส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (ROEV) เพิ่มขึ้น 110 bps คิดเป็นร้อยละ 16.3

มีสถานะเงินสดหมุนเวียนที่แข็งแกร่งและมีเงินทุนที่มั่นคง

  • มูลค่าหุ้นตามมูลค่าธุรกิจ (EV Equity) เท่ากับ 56.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีมูลค่าธุรกิจเท่ากับ 54.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 3.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • เงินกองทุนส่วนเกิน ( Underlying free surplus) คิดเป็นเป็นมูลค่า 4,945 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13
  • มีเงินสดหมุนเวียนส่วนเกิน (Free surplus) รวม 14.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • มีเงินโอนจากต่างประเทศสุทธิ (Net remittances) 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • อัตราส่วนของการดำรงเงินกองทุน (Solvency ratio) ตามพระราชบัญญัติบริษัทประกันชีวิตฮ่องกงของเอไอเอ
    มีสัดส่วนเท่ากับร้อยละ 421

เงินปันผลจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

  • เงินปันผลประจำปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 84.80 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น
    • เงินปันผลรวมทั้งหมด (ยกเว้น เงินปันผลพิเศษ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เป็นมูลค่า 1.14 เหรียญฮ่องกงต่อหุ้น
    • เงินปันผลพิเศษเป็นมูลค่า 9.50 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น

นายอึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า

เอไอเอ มีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมด้วยอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงสองหลักในปี 2561 โดยมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 คิดเป็น 3,955 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ เรายังมีผลกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีและเงินสดหมุนเวียนส่วนเกินเพิ่มขึ้นร้อยละ 13  ผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้สวนทางกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดการเงิน”

“การดำเนินธุรกิจของเราในประเทศจีนเป็นไปอย่างยอดเยี่ยมจากการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ร้อยละ 30 และผมยังมีความยินดีที่เราได้รับการอนุมัติการก่อตั้งศูนย์ให้บริการการขายในเมืองเทียนจิน และเมืองฉือเจียจวง ในมณฑลเหอเป่ย นอกจากนี้ ฮ่องกงยังมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่เติบโตร้อยละ 24 และมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่เติบโตร้อยละ 18 ในประเทศสิงคโปร์ ส่วนมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในประเทศไทยกลับมามีการเติบโตถึงร้อยละ 12 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนจากการปรับเปลี่ยนด้านพลังตัวแทน”

“ช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอก็มีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมมากโดยมีการสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ถึงร้อยละ 26 และปัจจุบัน กลุ่มบริษัทเอไอเอ มีสมาชิกสโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม (MDRT) มากกว่า 10,000 คน สำหรับด้านพันธมิตรธุรกิจ ช่องทางการขายผ่านธนาคารมีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ร้อยละ 18 โดยเราได้มีพันธมิตรทางธนาคารใหม่ถึง 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารกรุงเทพ ในประเทศไทย และ เอส เค เทเลคอม (SK Telecom) ในประเทศเกาหลี”

“คำมั่นสัญญาเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น  Healthier, Longer, Better Lives แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอในการเดินหน้าเป็นหุ้นส่วนชีวิตโดยเน้นไปที่การดูแลสุขภาพเป็นหลักสำคัญ โดยเรามีสมาชิกในโครงการเพื่อสุขภาพมากกว่า 1.2 ล้านคน เป็นผลมาจากการปรับปรุงแนวทางในการมีส่วนร่วมกับลูกค้า โดยส่งเสริมให้ลูกค้ามีสุขภาพดีขึ้นอย่างแท้จริง”

“ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้ยังเป็นผลมาจากรูปแบบธุรกิจที่มีความหลากหลายแข็งแกร่ง  และมีคุณภาพสูง ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการคว้าโอกาสสำคัญๆ ของเรา อันเป็นผลมาจากการผลักดันที่ส่งผลให้เกิดการเติบโตในระยะยาวทั่วทั้งตลาดประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชีย”

“นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารยังได้เห็นชอบในการเพิ่มเงินปันผลประจำปีที่สูงถึงร้อยละ 14 ในปี 2561 อีกทั้งยังให้เงินปันผลพิเศษมูลค่า 9.50 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น หลังจากการเปลี่ยนแปลงวันสิ้นสุดงบการเงินประจำปี การจ่ายเงินปันผลเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของเอไอเอ และความมั่นใจที่มีต่อกลุ่มบริษัท
เอไอเออีกด้วย”

“ยิ่งไปกว่านั้น อัตราส่วน คุณภาพ และความครอบคลุมของธุรกิจในกลุ่มบริษัท เอไอเอ ที่ดำเนินอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมไปถึงความสามารถในช่องทางการดำเนินธุรกิจที่ไม่มีใครเทียบได้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความแข็งแกร่งทางการเงิน และความสามารถทางนวัตกรรม ทำให้เราสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าในการคุ้มครองชีวิตและการออมเงินในระยะยาวได้ จากการที่เราช่วยให้พวกเขามีชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น”

“เราก้าวเข้าสู่ปี 2562 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 100 ปีของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ด้วยความมั่นใจในภาพรวมของการดำเนินธุรกิจระยะยาวของเรา เอไอเอ มีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั่วทั้งภูมิภาค ทั้งนี้ ในวาระการดำเนินธุรกิจครบรอบ 100 ปี เราขอยืนยันในการมุ่งมั่นทำตามคำมั่นสัญญาในการส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นของเรา”

[1] บริษัทประกาศงบบัญชีรวมของกลุ่มบริษัทในช่วงระยะเวลา 13 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 เนื่องจากในเดือนกุมภาพันธ์ 2561, คณะกรรมการบริหารเห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงวันสิ้นสุดงบการเงินประจำปีจากวันที่ 30 พฤศจิกายน เป็นวันที่ 31 ธันวาคม ดังนั้นวันสิ้นสุดงบการเงินประจำปีปัจจุบัน คือวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และงบการเงินรวมของปี 2561 นี้ได้ใช้วันสิ้นสุดงบการเงินใหม่ จึงมีระยะเวลาทั้งสิ้น 13 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ด้วยตัวเลขเปรียบเทียบตามระยะเวลา 12 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม และประกาศผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในปี 2561 กรุณาเข้าไปได้ที่เว็บไซต์ www.aia.com