สมาคมการค้ายาสูบไทย ออกโรงเตือนร้านค้า ขายบุหรี่ที่ซองยังไม่เปลี่ยนภาพคำเตือนชุดใหม่หลัง 10 เมษายน 2565 มีโทษหนัก ปรับ 4 หมื่น หลังประกาศกระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนชุดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ได้รับเสียงจากสมาชิก ร้านค้า ร้านโชห่วยทั่วประเทศถึงการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทราบจากภาครัฐ หวั่นทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าทั่วประเทศสับสน แยกความแตกต่างไม่ออก ทำให้เสี่ยงได้รับบุหรี่ปลอมมาจำหน่าย ฝากภาครัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือน พร้อมทั้งเตรียมปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่เถื่อนที่ใช้เหตุการณ์ดังกล่าวฉวยโอกาสทำให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว

นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า “ร้านค้าโชห่วยจำนวนมากยังไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงภาพคำเตือนบนซองบุหรี่เป็นชุดใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา และร้านค้าบางส่วนยังมีความสับสนกับการเปลี่ยนภาพคำเตือนชุดใหม่บนซองบุหรี่ เนื่องจากร้านค้าไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ ประกอบกับช่วงนี้บุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ปลอมที่ปิดแสตมป์สรรพสามิตปลอมกำลังระบาด ทำให้เกิดเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการร้านค้าหวั่นว่าอาจถูกหลอกให้รับซื้อบุหรี่ปลอม เพราะผู้ค้าผิดกฎหมายต่างก็ต้องรีบระบายสินค้าเถื่อนที่มีให้หมดเหมือนกัน นอกจากนี้ หากจัดการเรื่องสต๊อกสินค้าของตัวเองไม่ดี ยังมีซองรูปแบบเก่าขายหลังจากวันที่ 11 เมษายน 2565 จะทำให้ร้านค้าปลีก ร้านโชห่วยมีโทษปรับอีกด้วย จึงอยากฝากเตือนไปยังร้านค้าบุหรี่ให้ช่วยกันปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและไม่รับซื้อบุหรี่จากรถเร่หรือช่องทางที่ไม่ปกติ”

“ทั้งนี้ ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบซิกาแรตนั้น ได้กำหนดให้เปลี่ยนรูปภาพและข้อความคำเตือน 10 ชุดใหม่ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2565 เป็นวันแรก ขณะที่ซองบุหรี่ที่มีรูปภาพและข้อความเตือนรูแปบบเก่าสามารถขายได้ถึงวันที่ 10 เมษายนเป็นวันสุดท้าย หากผู้ใดขายบุหรี่ที่เป็นซองรูปแบบเก่าจะมีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท”

นางวราภรณ์ กล่าวเสริมว่า “ปัญหาบุหรี่เถื่อนที่พบเห็นมากขึ้นและเริ่มเป็นที่น่ากังวลคือ บุหรี่ปลอมที่ทำเลียนแบบแบรนด์ดังๆ ทั้งของการยาสูบแห่งประเทศไทยและบุหรี่ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคกำลังเร่งระบายของที่เป็นการปลอมคำเตือนแบบเก่า ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่ดูไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ทำให้ร้านค้าปลีก ร้านโชห่วยโดนหลอกให้รับซื้อไว้และโดนเจ้าหน้าที่รัฐเข้าจับกุม ทำให้ต้องเสียค่าปรับ ขณะที่บุหรี่เถื่อนแบบที่มีอยู่เดิมแบบที่ไม่มีแสตมป์ยังคงจำหน่ายแย่งตลาดแย่งรายได้จากกลุ่มร้านค้าที่ขายบุหรี่ถูกกฎหมาย ยังต้องเกิดปัญหาจากมิจฉาชีพหลอกบุหรี่ปลอมแสตมป์สรรพสามิตปลอม เสียค่าปรับ ปัญหาซ้ำซ้อนที่เกิดกับผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ร้านโชห่วย ซึ่งเสียงจากกลุ่มร้านค้ากว่า 700 ร้านค้าทั่วประเทศ หวังถึงการทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะปัญหาบุหรี่เถื่อนยังคงอยู่ที่ หาดใหญ่ สงขลา ที่กำลังขยายตัวไปที่ สตูล พัทลุง ลักลอบผ่านมาทางชายแดน จำหน่ายตามร้านค้าที่ผิดกฎหมายราคาซองละ 25 – 30 บาท ทำให้ร้านค้าบุหรี่ถูกกฎหมายประมาณ 30 – 50% ในพื้นที่ สงขลา พัทลุง สตูล และตรัง ไม่สามารถขายสินค้าได้ จนยกเลิกการต่อใบอนุญาตขายบุหรี่และเลิกขายบุหรี่กันไปหลายราย ทำให้ปัญหาบุหรี่ลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย บุหรี่ปลอมจากแสตมป์สรรพสามิตปลอม และกำลังโดนปัญหาจากการเปลี่ยนซองบุหรี่ที่ทำให้ผู้ประกอบร้านค้าปลีก ร้านโชห่วยหมดกำลังใจวอนสรรพสามิตของจังหวัดช่วยในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง”

“สถานการณ์ปัจจุบันทั้งด้านราคาและภาพคำเตือนใหม่ ล้วนเอื้ออำนวยให้บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ปลอมระบาดหนักขึ้นในช่วงนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ให้ยกระดับการปราบปรามขึ้นอีกให้สอดรับกับสภาพปัญหาที่กำลังลุกลาม และขอให้จัดการกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าบุหรี่เถื่อนให้ถึงที่สุด เพราะร้านค้าและคนในพื้นที่ต่างพูดกันว่าที่ปัญหาบุหรี่เถื่อนไม่หมดไปเสียที เพราะเจ้าหน้าที่บางกลุ่มมีเอี่ยวด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะจริงหรือไม่ … ไม่มีใครทราบ แต่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในเรื่องปัญหาการทุจริตคอรับชั่นไปแล้ว” นางวราภรณ์ กล่าวสรุป